<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118801</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2021 11:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2021 11:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุทิน&#039;สั่งลูกพรรคห้ามทิ้งพื้นที่!ยันเป็นแคนดิเดตนายกฯ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
5 ต.ค.64- &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมการเลือกตั้งครั้งต่อไปว่า ขณะนี้ ส.ส.และว่าที่ผู้สมัคร ก็ลงพื้นที่ปกติ ในฐานะหัวหน้าพรรคก็ย้ำว่า ต้องไม่ทิ้งพื้นที่เป็นอันขาดไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ใดๆ โดยเฉพาะปัจจุบันที่มีสถานการณ์น้ำท่วมก็ให้ส.ส.อยู่ในพื้นที่ รวมทั้งตน และรัฐมนตรีของพรรคก็จะลงไปช่วยเหลือในพื้นที่ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่านายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ในฐานะเลขาธิการพรรค จะเสนอชื่อนายอนุทิน เป็นแคนดิเดตนายกฯในการเลือกตั้ง หรือไม่ เขาตอบว่าพรรคการเมืองก็ต้องเสนอหัวหน้าพรรคเป็นอันดับแรกไว้ก่อน ส่วนในอนาคตเป็นอย่างไรก็ว่ากัน แต่เรื่องดังกล่าวไม่สำคัญเพราะสิ่งสำคัญที่พรรคภูมิใจไทยดำเนินการมาตลอดคือต้องทำงานตามที่สัญญากับประชาชนให้ได้และติดตามงานนโยบายต่างๆเพราะอย่างไรอีกไม่เกิน 2 ปี ก็ต้องเลือกตั้ง เราต้องเตรียมความพร้อมทุกด้านไม่ว่าจะเป็นกติการัฐธรรมนูญใหม่ รวมถึงเรื่องไพรมารี่โหวต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่ากติกาการเลือกตั้งใหม่ถูกมองกันว่าจะให้การแข่งขันเหลือเพียง 2 พรรคใหญ่ นายอนุทิน กล่าวว่า ก็ให้เขาตั้งข้อสังเกตไป ขออยู่เงียบๆอย่างนี้ดีแล้ว และพร้อมทำหน้าที่ของแต่ละคนให้ดีที่สุด และพรรคภูมิใจไทยมีข้อดีที่รัฐมนตรีเป็นได้หลายรูปแบบ ทำงานไม่คลุกวงในไม่มียศมีอย่าง ไม่มีความแตกแยก มีแต่ความสามัคคี มีเอกภาพ เมื่อมีปัญหาก็รวมตัวกันแก้ปัญหาซึ่งพิสูจน์มาตลอด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าประเมินการเลือกตั้งครั้งต่อไปจะได้ส.ส.มากกว่าเดิมหรือไม่ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยตอบว่าจะทำให้ดีที่สุดเพราะสุดท้ายประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจเราก็ต้องยอมรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามย้ำว่ามั่นใจผลงานที่ผ่านมาของพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายอนุทิน ยืนยันว่าผลงานก็มีอยู่ และประสบความสำเร็จรวดเร็วกว่าแผน มีเป็นไปตามแผน มีล่าช้ากว่าแผน ถือเป็นเรื่องปกติแต่เราก็จะเร่งผลักดันให้ผลงานออกมามากที่สุด ในส่วนที่ตนรับผิดชอบรวมถึงที่รัฐมนตรีภูมิใจไทยรับผิดชอบก็เป็นตามแผนทั้งหมด เหลือเพียงอย่างเดียวคือเรื่องการท่องเที่ยวที่เราต้องเร่งเปิดประเทศโดยเร็วที่สุดภายใต้ความปลอดภัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าประเมินสถานการณ์ในปัจจุบันจะมีการยุบสภาหรือนายกฯลาออกในเร็วๆนี้หรือไม่ นายอนุทิน ไม่ตอบคำถามดังกล่าวพร้อมชี้นิ้วไปที่ตึกไทยคู่ฟ้า ซึ่งเป็นสถานที่ทำงานของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม เมื่อถามอีกว่ากังวลที่พรรคฝ่ายค้านยื่นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หลังอภิปรายไม่ไว้วางใจให้ตรวจสอบเรื่องทุจริตซึ่งมีเรื่องการจัดหาชุดตรวจ ATK รวมอยู่ด้วย รองนายกฯตอบว่า มั่นในว่าสิ่งที่ทำมา 2 ปี 3 เดือน ถูกต้องทุกอย่างและปฏิเสธทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะรัฐมนตรี 7 คนของพรรคอะไรที่ไม่ถูกต้องไม่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองไม่เคยคิดจะทำ เรามั่นใจที่ผ่านมาทำภายใต้ความถูกต้องความจำเป็น ต่อบ้านเมืองต่อพี่น้องประชาชน ภายในกฎกติกาจึงไม่มีความกังวลใดๆทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซักว่าวันที่ 4 ต.ค. เป็นวันคล้ายนายเนวิน ชิดชอบ &amp;nbsp;ได้ฝากอะไรถึงบ้านเมืองผ่านทางแกนนำพรรคหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า พวกเราก็อวยพรท่านไป ในวัย 63 ปีถือว่าท่านมีประสบการณ์เยอะในเรื่องการเมืองหลายช่วงหลายรูปแบบ ซึ่งก็มีการหารือพูดคุยกันมาโดยตลอด และนายเนวิน ก็เป็นสมาชิกพรรค ขณะเดียวกันพวกเราก็ไปขอพรท่านเนื่องจากถือเป็นผู้ใหญ่ของพรรค ซึ่งท่านก็ได้ให้พรมาว่า &amp;ldquo;จงทำดีกับบ้านเมือง&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามอีกว่านายเนวิน มีคำแนะนำอะไรอีกหรือไม่ นายอนุทิน ตอบกลับมาว่า มีทุกวัน .
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118801</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอนุทิน  ชาญวีรกูล, เลือกตั้้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211005/image_big_615bc6a4c707c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113939</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2021 11:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2021 11:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซื้อ&#039;ไฟเซอร์&#039; เพิ่มอีก 10 ล้านโดส รวม  30 ล้านโดส </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ส..ค.64-นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายแพทย์ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนายแพทย์เกียรติภูมิ &amp;nbsp;วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นสักขีพยานการลงนามในสัญญาการจัดซื้อวัคซีนโควิด 19 ชนิด mRNA ของไฟเซอร์ ระหว่างนายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค และ Ms. Deborah Seifert ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไฟเซอร์ ประเทศไทยและอินโดไชนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอนุทินกล่าวว่า ตามที่รัฐบาลไทย มอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุข จัดหาวัคซีนป้องกันโรคโควิด 19 เพื่อฉีดให้กับประชากรที่อยู่ในประเทศไทยตามความสมัครใจ ในวันนี้ กรมควบคุมโรคและบริษัทไฟเซอร์ ประเทศไทย ได้ร่วมลงนามในสัญญาการจัดซื้อวัคซีนโควิด 19 ชนิด mRNA ของไฟเซอร์ เป็นการแสดงถึงความมุ่งมั่นที่มีร่วมกันในความพยายามที่จะลดการติดเชื้อโรคโควิด 19 ในประเทศ โดยจัดซื้อวัคซีนไฟเซอร์เพิ่มเติมจำนวน 10 ล้านโดส จากที่ได้ลงนามจัดซื้อจำนวน &amp;nbsp;20 ล้านโดสไปแล้วเมื่อวัน 20 กรกฎาคม 2564 รวมวัคซีนไฟเซอร์ที่จะเข้ามาในประเทศไทยจำนวน 30 ล้านโดส ทยอยจัดส่งได้ในช่วงไตรมาสที่ 4 ปีนี้เป็นต้นไป เพื่อเสริมแผนกระจายวัคซีนของประเทศ ซึ่งจะทำให้มีวัคซีนฉีดให้กับประชากรในประเทศไทย 100 ล้านโดส ภายในปี 2564 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมขอขอบคุณ Ms. Deborah Seifert และผู้ที่เกี่ยวข้องที่ได้ช่วยให้การจัดหาวัคซีนครั้งนี้สำเร็จ ด้วยความเรียบร้อย รัฐบาลไทยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความร่วมมือในการจัดหาวัคซีนเช่นนี้ต่อไป&amp;rdquo; นายอนุทินกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113939</URL_LINK>
                <HASHTAG>#วัคซีนไฟเซอร์, #สธ., #โควิด19, นายอนุทิน  ชาญวีรกูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210820/image_big_611f2a80b1e2d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113937</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2021 10:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2021 10:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;อนุทิน&#039;ย้ำจัดซื้อวัคซีนไฟเซอร์ 30 ล้านโดส ส่งมอบปลายเดือน ก.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ส.ค.64 - เมื่อวันพฤหัสบดี ที่กระทรวงสาธารณสุข สถาบันวัคซีนแห่งชาติ จัดการประชุมคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ ครั้งที่ 4/2564 โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานการประชุม และดร. สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นรองประธาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายอนุทิน กล่าวว่า ปัจจุบันการวิจัยพัฒนาวัคซีนโควิด 19 ในประเทศ มีความก้าวหน้าตามลำดับ โดย 1 ชนิดกำลังเข้าสู่การทดสอบในมนุษย์ระยะที่ 1 คือ&amp;nbsp; Protein Subunit ของบริษัทใบยา ไฟโตฟาร์ม จำกัด ร่วมกับคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 2 ชนิด กำลังเข้าสู่การทดสอบในมนุษย์ระยะที่ 2 คือ ชนิด mRNA ของศูนย์วิจัยวัคซีน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และวัคซีนโควิด 19 HXP&amp;ndash;GPOVac ขององค์การเภสัชกรรม และอีก 1 ชนิด อยู่ระหว่างการทดสอบประสิทธิภาพและความปลอดภัยในสัตว์ทดลอง คือ วัคซีนโควิเจน ชนิด DNA ของบริษัท Bionet-Asia จำกัด นับเป็นความก้าวหน้าของวงการวิทยาศาสตร์และการสาธารณสุขไทย&amp;nbsp; ซึ่งกระทรวงสาธารณสุข สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และสถาบันวัคซีนแห่งชาติได้ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ ในส่วนของการนำเข้าวัคซีน ปัจจุบันประเทศไทยได้เข้าถึงและสั่งซื้อวัคซีนโควิด 19 เพื่อมาให้บริการฉีดให้แก่ประชาชนหลายชนิด ส่วนของวัคซีนไฟเซอร์ ทางรัฐบาลได้อนุมัติให้กรมควบคุมโรคจัดซื้อเบื้องต้น 20 ล้านโดส และทางบริษัทสามารถจัดหาเพิ่มอีก 10 ล้านโดส รวมเป็น 30 ล้านโดส ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติเรียบร้อยแล้ว จะสามารถส่งมอบได้ในปลายเดือนกันยายน 2564 นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายอนุทิน กล่าวว่า ส่วนรายละเอียดเรื่องกลุ่มเป้าหมายในการฉีดวัคซีนนั้นให้เป็นเรื่องของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้พิจารณาต่อไป หน้าที่ของรมว.สาธารณสุข คือการสนับสนุน จัดหางบประมาณมาให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นพ.นคร&amp;nbsp; เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ กล่าวว่า ที่ประชุมวันนี้เห็นชอบใน (ร่าง) นโยบายและแผนยุทธศาสตร์ความมั่นคงด้านวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. 2566-2570 พร้อมแผนงานโครงการและกรอบวงเงินงบประมาณ และจะนำเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป ซึ่ง (ร่าง) นโยบายฯ ฉบับนี้เป็นฉบับที่สำคัญและจะทำให้เกิดความมั่นคงด้านวัคซีนรวมทั้งเป็นกรอบการดำเนินงานในระยะยาว ทั้งยังเป็นแผนการทำงานให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งการวิจัย พัฒนา การประกัน การผลิต การควบคุมคุณภาพ การบริหารจัดการและการจัดหาวัคซีน รวมทั้งการกระจายวัคซีน กรอบการทำงานมีความคลอบคุมในด้านการทำงานของวัคซีนทั้งระบบ ในส่วนของการดำเนินการได้มีความเห็นของประชาชน พร้อมทั้งภาครัฐและเอกชน ในการจัดทำและวิเคราะห์เพื่อเสนอคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.โอภาส&amp;nbsp; การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ได้รายงานถึงความก้าวหน้าการให้บริการวัคซีนโควิด 19 ขณะนี้ทั่วประเทศมีการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนแล้ว จำนวน 25 ล้านโดส โดยมีแผนให้บริการ 10 ล้านโดสในเดือนกันยายน และจะเร่งฉีดในกลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มโรคเรื้อรัง 7 โรค และหญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไป เพื่อควบคุมการระบาดในพื้นที่ต่าง ๆ&amp;nbsp; ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113937</URL_LINK>
                <HASHTAG>การจัดหาวัคซีน, นพ.นคร เปรมศรี, นพ.โอภาส  การย์กวินพงศ์, นายอนุทิน  ชาญวีรกูล, วัคซีนไฟเซอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210820/image_big_611f26ce75212.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110330</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2021 18:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2021 16:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ไฟเขียว สปสช.จัดซื้อ &quot;Antigen Test Kit&quot; 8.5ล้านชุด แจกปชช.ตรวจโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ค.64 - ที่ประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ครั้งที่ 8/2564 (วาระพิเศษ) เมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2564 ซึ่งมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นประธาน มีมติเห็นชอบเพิ่มชุดตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อค้นหาผู้ติดเชื้อโควิด-19 ด้วย Antigen Test Kit (ATK) ในวงเงินเบื้องต้น 1,014 ล้านบาท เพื่อจัดหาชุดตรวจให้หน่วยบริการนำไปแจกจ่ายกับประชาชนทุกคนทุกสิทธิต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จะเป็นการดำเนินแผนการจัดหาภายใต้โครงการยา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นตามโครงการพิเศษ ปี 2564 ซึ่งจะจ่ายให้แก่เครือข่ายหน่วยบริการด้านยาและเวชภัณฑ์ (เครือข่าย รพ.ราชวิถี) ดำเนินการจัดหาเพื่อสนับสนุนชุดตรวจให้แก่หน่วยบริการในเครือข่ายและประชาชน โดยคาดว่าจะนำไปสู่การเปิดให้ประชาชนสามารถตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วย ATK เอง ในช่วงระหว่างเดือน ส.ค. - ก.ย. 2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุทิน กล่าวว่า เนื่องด้วยสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ที่มีจำนวนมากในขณะนี้ จำเป็นที่จะต้องมีการตรวจคัดกรองหาผู้ติดเชื้ออย่างรวดเร็ว จึงได้จัดให้มีการประชุมบอร์ด สปสช. เป็นการเร่งด่วน เพื่อให้ขอความเห็นชอบในการจัดหาชุดตรวจ ATK ให้ประชาชนสามารถตรวจหาเชื้อเองได้ในเบื้องต้น โดยหลักการที่จะให้ความสำคัญกับประชากรทุกคน ไม่ว่าจะเป็นชาวไทยหรือแรงงานต่างด้าว เพื่อให้หาเชื้อได้ครอบคลุมที่สุด และต้องทำด้วยความโปร่งใสตรวจสอบได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า สำหรับการเตรียมงบประมาณจัดหาชุดตรวจ ATK ให้หน่วยบริการแจกจ่ายประชาชนทุกคนทุกสิทธิ จะเป็นการใช้จ่ายจากงบประมาณตาม พ.ร.ก.กู้เงินฯ โดยให้เครือข่าย รพ.ราชวิถี จัดหาชุดตรวจผ่านองค์การเภสัชกรรม (อภ.) โดยในส่วนของวงเงินเบื้องต้น 1,014 ล้านบาท เป็นการประเมินจากจำนวนผู้ติดเชื้อ และปริมาณชุดตรวจที่คาดว่าจะใช้ราว 8.5 ล้านชิ้น ในช่วงตั้งแต่วันนี้ถึงเดือน ก.ย. 2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.จเด็จ กล่าวว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้เห็นชอบให้ สปสช. ใช้เงินกองทุนจากรายการและประเภทบริการอื่น หรือรายการ &amp;quot;รายได้สูง (ต่ำ)กว่าค่าใช้จ่ายสะสม&amp;quot; ที่ไม่มีภาระผูกพันทดรองจ่ายค่าบริการโควิด-19 ไปก่อน ในระหว่างรองบประมาณที่จะได้รับเพิ่มเติมจาก พ.ร.ก.กู้เงินฯ รวมถึงให้ความเห็นชอบกำหนดหลักเกณฑ์และแนวทาง การจ่ายชดเชยสำหรับบุคลากรที่จัดการศพผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ในวงเงินเหมาจ่าย 2,500 บาทต่อศพ ซึ่งรวมอุปกรณ์ป้องกันตัวและถุงเก็บศพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน บอร์ด สปสช. ยังได้เห็นชอบให้ &amp;quot;การเข้ารับบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคที่เกี่ยวกับหรือโรคโควิด 19 (Coronavirus Disease 2019 (COVID- 19) ในสถานบริการอื่น ให้ถือเป็นกรณีที่มีเหตุสมควร&amp;quot; ตาม (ร่าง) ประกาศสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เรื่อง กำหนดกรณีที่มีเหตุสมควรและอัตราคำใช้จ่ายที่หน่วยบริการมีสิทธิได้รับ (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2564 ซึ่งประชาชนจะสามารถเข้ารับบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคที่เกี่ยวกับโควิด-19 เช่น การฉีดวัคซีน บริการกักกันโรค หรืออื่นๆ ที่ไหรก็ได้ โดยไม่จำเป็นต้องไปหน่วยบริการประจำ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110330</URL_LINK>
                <HASHTAG>#การตรวจโควิด, #โควิด19, Antigen Test Kit, นายอนุทิน  ชาญวีรกูล, สปสฃ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210719/image_big_60f549c4b7ba0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103209</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2021 17:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2021 17:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>น้ำใจจากรัฐบาลจีน &quot;วัคซีนซิโนแวค&quot;5แสนโดส ถึงไทยแล้ว เผยอุปฑูตจีนชี้ช่องไทยควรขอสนับสนุน 1ล้านโดส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
17 พ.ค.64- ที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนายหยาง ซิน (Mr.Yang Xin) อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ลงนามรับมอบวัคซีนซิโนแวคจากรัฐบาลจีน 5 แสนโดส เพื่อสนับสนุนการควบคุมโรคโควิด 19 ในประเทศไทย และรับมอบยาพาราเซตามอล 1 ล้านเม็ด มูลค่า 1.2 ล้านบาท จากมูลนิธิวีระภุชงค์ ,รับมอบหุ่นยนต์ฆ่าเชื้อรังสียูวี 1 ตัว มูลค่า 2 แสนบาท จากบริษัท ทีเคเค คอปเปอร์เรชั่น จำกัด เพื่อสนับสนุนโรงพยาบาลบุษราคัม รวมถึงรับมอบเสื้อกาวน์ สเปรย์แอลกอฮอล์ อาหารและน้ำดื่มจากบริษัทต่างๆ เพื่อสนับสนุนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอนุทินกล่าวว่า วันนี้นับเป็นวันประวัติศาสตร์ของกระทรวงสาธารณสุขที่ได้รับน้ำใจไมตรีจากรัฐบาลจีน มอบวัคซีนเพื่อสนับสนุนการควบคุมโรคโควิด 19 ในประเทศไทย ซึ่งวัคซีนซิโนแวคได้รับการยืนยันจากองค์การอนามัยโลกว่ามีประสิทธิภาพที่ดีในการต่อต้านเชื้อโควิด ผู้รับวัคซีนมีความปลอดภัยจากการติดเชื้อหากติดเชื้ออาการจะไม่รุนแรงและไม่เสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ในนามของรัฐบาลและคนไทยขอขอบคุณรัฐบาลจีน โดยเฉพาะอุปทูตหยางซินที่แนะนำให้ประเทศไทยทำจดหมายขอรับการสนับสนุนวัคซีนจากจีน 1 ล้านโดส โดยขอให้นำวัคซีนส่วนหนึ่งมาฉีดให้คนจีนในประเทศไทยด้วยจึงเป็นที่มาของการรับมอบวัคซีนในครั้งนี้ และจะมีมาเพิ่มอีกเร็วๆ นี้ รวมถึงช่วยประสานให้ประเทศไทยสั่งซื้อวัคซีนจากซิโนแวคได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลกลาง ในการส่งวัคซีนได้อย่างรวดเร็ว จนถึงขณะนี้ไทยได้รับวัคซีนซิโนแวคแล้ว 4.5 ล้านโดส&amp;rdquo;นายอนุทินกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอนุทิน กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยกำลังประคับประคองสถานการณ์โรคโควิด 19 อย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้เชื้อมีการแพร่กระจาย โดยจะฉีดวัคซีนให้ได้มากที่สุด และมีแผนจัดหาวัคซีนเข้ามาเพิ่มทุกเดือน เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีวัคซีนเพียงพอฉีดให้แก่คนไทยถึงสิ้นปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายหยาง ซิน อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย กล่าวว่า วันนี้ตนเป็นตัวแทนรัฐบาลจีนมอบวัคซีนซิโนแวคให้แก่รัฐบาลไทย เพื่อช่วยต่อสู้กับโรคโควิด 19 แสดงถึงไมตรีจิตของจีนที่มีต่อไทย และความรับผิดชอบของจีนที่มีต่อสังคมโลก เนื่องจากไวรัสไม่รู้จักพรมแดน ความร่วมมือระหว่างประเทศจึงจะช่วยตัดการแพร่ระบาดได้ โดยจีนยึดมั่นในหลักการสร้างประชาสาธารณสุข จึงส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อสู้กับโควิด จีนเป็นประเทศแรกที่ประกาศให้วัคซีนที่ผลิตเองเป็นสินค้าสาธารณะช่วยประเทศที่กำลังพัฒนามีโอกาสเข้าถึงและซื้อวัคซีนได้ ปัจจุบันมีการมอบวัคซีนแล้วกว่า 80 ประเทศ และส่งออกกว่า 50 ประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;จีนฉีดวัคซีนภายในประเทศมากกว่า 400 ล้านโดสแล้ว แต่มีประชากรมากกว่า 1,411 ล้านคนซึ่งภายในประเทศยังไม่พอ แต่ไทยและจีนเป็นพี่น้องกัน การแพร่ระบาดครั้งนี้ของไทย จีนจึงให้ความช่วยเหลือเรื่องวัคซีนเพื่อช่วยป้องกันชีวิตและสาธารณสุขของชาวไทยด้วย ซึ่งสัปดาห์นี้วัคซีนซิโนแวคที่ไทยสั่งซื้อจะเข้ามาอีก 1.5 ล้านโดส เพื่อให้ไทยควบคุมการแพร่ระบาดได้โดยเร็ว ฟื้นฟูพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม กลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้ พร้อมช่วยเหลือประเทศไทยในการต่อสู้กับโควิด&amp;rdquo; นายหยางซินกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103209</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายหยาง ซิน, นายอนุทิน  ชาญวีรกูล, วัคซีนซิโนแวค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210517/image_big_60a23d608a774.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103208</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/-0001 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>น้ำใจจากรัฐบาลจีน &quot;วัคซีนซิโนแวค&quot;5แสนโดส ถึงไทยแล้ว เผยอุปฑูตจีนชี้ช่องไทยควรขอสนับสนุน 1ล้านโดส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
17 พ.ค.64- ที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนายหยาง ซิน (Mr.Yang Xin) อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ลงนามรับมอบวัคซีนซิโนแวคจากรัฐบาลจีน 5 แสนโดส เพื่อสนับสนุนการควบคุมโรคโควิด 19 ในประเทศไทย และรับมอบยาพาราเซตามอล 1 ล้านเม็ด มูลค่า 1.2 ล้านบาท จากมูลนิธิวีระภุชงค์ ,รับมอบหุ่นยนต์ฆ่าเชื้อรังสียูวี 1 ตัว มูลค่า 2 แสนบาท จากบริษัท ทีเคเค คอปเปอร์เรชั่น จำกัด เพื่อสนับสนุนโรงพยาบาลบุษราคัม รวมถึงรับมอบเสื้อกาวน์ สเปรย์แอลกอฮอล์ อาหารและน้ำดื่มจากบริษัทต่างๆ เพื่อสนับสนุนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอนุทินกล่าวว่า วันนี้นับเป็นวันประวัติศาสตร์ของกระทรวงสาธารณสุขที่ได้รับน้ำใจไมตรีจากรัฐบาลจีน มอบวัคซีนเพื่อสนับสนุนการควบคุมโรคโควิด 19 ในประเทศไทย ซึ่งวัคซีนซิโนแวคได้รับการยืนยันจากองค์การอนามัยโลกว่ามีประสิทธิภาพที่ดีในการต่อต้านเชื้อโควิด ผู้รับวัคซีนมีความปลอดภัยจากการติดเชื้อหากติดเชื้ออาการจะไม่รุนแรงและไม่เสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ในนามของรัฐบาลและคนไทยขอขอบคุณรัฐบาลจีน โดยเฉพาะอุปทูตหยางซินที่แนะนำให้ประเทศไทยทำจดหมายขอรับการสนับสนุนวัคซีนจากจีน 1 ล้านโดส โดยขอให้นำวัคซีนส่วนหนึ่งมาฉีดให้คนจีนในประเทศไทยด้วยจึงเป็นที่มาของการรับมอบวัคซีนในครั้งนี้ และจะมีมาเพิ่มอีกเร็วๆ นี้ รวมถึงช่วยประสานให้ประเทศไทยสั่งซื้อวัคซีนจากซิโนแวคได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลกลาง ในการส่งวัคซีนได้อย่างรวดเร็ว จนถึงขณะนี้ไทยได้รับวัคซีนซิโนแวคแล้ว 4.5 ล้านโดส&amp;rdquo;นายอนุทินกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอนุทิน กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยกำลังประคับประคองสถานการณ์โรคโควิด 19 อย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้เชื้อมีการแพร่กระจาย โดยจะฉีดวัคซีนให้ได้มากที่สุด และมีแผนจัดหาวัคซีนเข้ามาเพิ่มทุกเดือน เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีวัคซีนเพียงพอฉีดให้แก่คนไทยถึงสิ้นปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายหยาง ซิน อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย กล่าวว่า วันนี้ตนเป็นตัวแทนรัฐบาลจีนมอบวัคซีนซิโนแวคให้แก่รัฐบาลไทย เพื่อช่วยต่อสู้กับโรคโควิด 19 แสดงถึงไมตรีจิตของจีนที่มีต่อไทย และความรับผิดชอบของจีนที่มีต่อสังคมโลก เนื่องจากไวรัสไม่รู้จักพรมแดน ความร่วมมือระหว่างประเทศจึงจะช่วยตัดการแพร่ระบาดได้ โดยจีนยึดมั่นในหลักการสร้างประชาสาธารณสุข จึงส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อสู้กับโควิด จีนเป็นประเทศแรกที่ประกาศให้วัคซีนที่ผลิตเองเป็นสินค้าสาธารณะช่วยประเทศที่กำลังพัฒนามีโอกาสเข้าถึงและซื้อวัคซีนได้ ปัจจุบันมีการมอบวัคซีนแล้วกว่า 80 ประเทศ และส่งออกกว่า 50 ประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;จีนฉีดวัคซีนภายในประเทศมากกว่า 400 ล้านโดสแล้ว แต่มีประชากรมากกว่า 1,411 ล้านคนซึ่งภายในประเทศยังไม่พอ แต่ไทยและจีนเป็นพี่น้องกัน การแพร่ระบาดครั้งนี้ของไทย จีนจึงให้ความช่วยเหลือเรื่องวัคซีนเพื่อช่วยป้องกันชีวิตและสาธารณสุขของชาวไทยด้วย ซึ่งสัปดาห์นี้วัคซีนซิโนแวคที่ไทยสั่งซื้อจะเข้ามาอีก 1.5 ล้านโดส เพื่อให้ไทยควบคุมการแพร่ระบาดได้โดยเร็ว ฟื้นฟูพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม กลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้ พร้อมช่วยเหลือประเทศไทยในการต่อสู้กับโควิด&amp;rdquo; นายหยางซินกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103208</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายหยาง ซิน, นายอนุทิน  ชาญวีรกูล, วัคซีนซิโนแวค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210517/image_big_60a23d608a774.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100777</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2021 14:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2021 14:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ใช้อาคารกีฬานิมิบุตร ตั้งศูนย์แรกรับ 300 เตียง เปิดได้ใน 2-3 วัน &quot;อนุทิน&quot;ลั่นโทรสายด่วนยังไม่ได้เตียงมาที่นี่ได้ทันที</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;26 เม.ย.64- นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมเปิดศูนย์แรกรับผู้ป่วยโควิด 19 ว่า หลังจากได้ลงพื้นที่สำรวจสถานที่ 2 แห่งเพื่อจัดตั้งศูนย์แรกรับ (Pre Admission Center) เมื่อวันที่ 25 เมษายนที่ผ่านมา พบว่า สนามกีฬาอินดอร์สเตเดียม หัวหมาก สภาพยังไม่สมบูรณ์ จึงใช้อาคารกีฬานิมิบุตร สนามกีฬาแห่งชาติ ในการจัดตั้งศูนย์แรกรับ จำนวน 300 เตียง คาดว่าจะเปิดได้ใน 2-3 วันนี้ ระหว่างนี้จะเร่งทำความสะอาด จัดระบบวงจรปิด และจัดระบบเชื่อมโยงกับระบบส่งต่อของ กทม. และโรงพยาบาลต่างๆ ถือเป็นการการสนับสนุนและแบ่งเบาภาระของ กทม.ในการดูแลผู้ป่วยโควิด 19 ที่ยังอยู่กับบ้าน ให้เข้าถึงการดูแลในมือแพทย์โดยเร็วที่สุด ลดการสะสมของผู้ป่วยที่อยู่ที่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ผู้ที่ติดเชื้อให้ติดต่อสายด่วนเพื่อเข้าระบบการจัดหาเตียงก่อน แต่หากรอแล้ว 3-4 วันยังไม่ได้เตียง ก็ให้มาที่ศูนย์แรกรับ โดยอาจมาด้วยตัวเองหรือให้ญาติพามา เมื่อมาถึงก็จะคัดกรองและประสานส่งต่อรักษาตามระบบ หากระบบการจัดการเตียงยังหาเตียงให้ไม่ได้ ศูนย์แรกรับก็จะรับตัวไว้รักษา ภายใต้การดูแลของแพทย์ โดยมีอุปกรณ์รักษาพยาบาลโรคโควิดครบถ้วน หรือหาก กทม.เตียงเต็มทั้งหมดและจำเป็นต้องได้รับเตียงดูแล เช่น เตียงไอซียู ก็สามารถส่งไปยังโรงพยาบาลในปริมณฑลได้ เนื่องจากศูนย์นี้เป็นการบริหารจัดการของกระทรวงสาธารณสุขเอง&amp;quot; นายอนุทินกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; นายอนุทินกล่าวต่อว่า ส่วนยาฟาวิพิราเวียร์ องค์การเภสัชกรรมมีแหล่งที่สามารถจัดซื้อได้หลายแหล่งและมีสารตั้งต้น เป็นความมั่นคงที่ทำให้มั่นใจว่ายาฟาวิพิราเวียร์จะไม่ขาดตลาด และจัดหามาให้คนไทยได้ จากนี้จะจัดหายาให้มีการหมุนเวียนในระบบ 2 ล้านเม็ดในทุกเดือน โดยหวังว่าไม่ต้องอยู่ในระดับนี้นาน เพียงประมาณ 2-3 เดือนก็น่าจะคลี่คลาย
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100777</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, จัดหาเตียงเพิ่ม, นายอนุทิน  ชาญวีรกูล, อาคารนิมิตรบุตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210426/image_big_60867043d9882.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
